[SMM Flash] แนวโน้มราคาแพลทินัมในระยะใกล้นี้ถูกขับเคลื่อนโดยสภาวะเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้น มากกว่าปัจจัยพื้นฐานของตลาดกายภาพ ตามการวิเคราะห์ล่าสุดของสภาการลงทุนแพลทินัมโลก ค่าสหสัมพันธ์ราคาแพลทินัมกับทองคำสูงถึง 0.95 นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ขณะที่แพลทินัมยังมีค่าเบต้า 1.3 เท่าเมื่อเทียบกับทองคำ แม้จะประมาณการว่าปี 2026 อาจเกินดุล หลังจากปีนี้มีเงินทุนไหลออกจาก ETF ประมาณ 750,000 ออนซ์และสต็อกในตลาดแลกเปลี่ยนลดลง แต่ตลาดยังคงตึงตัวเชิงโครงสร้าง หลังขาดดุลต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 จนสต็อกเหนือพื้นดินลดลง
ความคาดหวังต่อนโยบายการเงินสหรัฐฯ ทวีความสำคัญต่ออุปสงค์การลงทุนในแพลทินัม ความน่าจะเป็นที่สหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน 2026 มีรายงานว่าลดลงจาก 64% เหลือ 32% ระหว่างวันที่ 1-19 สิงหาคม หลังการเติบโตของ GDP ไตรมาส 2 ชะลอตัวเหลือ 1.5% ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง และ CPI เดือนกรกฎาคมชะลอลงมาที่ 3.4% การคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยที่ผ่อนคลายลงต่อเนื่องอาจหนุนโลหะมีค่าและกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนในแพลทินัมอีกครั้ง ซึ่งอาจฉุดให้ตลาดกลับสู่ภาวะขาดดุลในปี 2026 ในระยะยาว ข้อจำกัดด้านอุปทานของแพลทินัมและการประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีไฮโดรเจน เซมิคอนดักเตอร์ และศูนย์ข้อมูล AI จะยังคงสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานการลงทุน




