Association calls for regulatory amendments in Indonesian tin mining sector

เผยแพร่แล้ว: Sep 21, 2015 17:51
The Indonesian Tin Exporters' Association has called for implementation of regulatory changes to aid modern exploratory techniques in tin mining sector.

By  Paul Ploumis 21 Sep 2015  Last updated at  03:46:43 GMT

JAKARTA (Scrap Monster): The Association of Indonesian Tin Exporters (AETI) has called upon the country’s government to implement necessary regulatory amendments to address concerns over exploration techniques and formalities pertaining to the country’s tin industry.

While addressing the ICDX Indonesia Tin Conference & Exhibition in Jakarta earlier this week, Jabin Sufianto, President of AETI stated that mining of tin resources at majority of the mines are unviable at current prices. Almost 50-70% of the country’s tin resources are not minable under current price scenario. Moreover, the sector lacks quality exploration techniques to support its operations. Lack of adequate geographical data also leads to several environmental issues. He called for implementation of state-of-the-art exploratory technologies.

The Association also demanded that auction prices of new tin mining licenses must be determined by the results of exploration and geographical data.

According to AETI, the country’s government must introduce necessary regulatory amendments to boost private investment in exploration projects. In addition, private tin producers in the country should utilize a portion of their income for conducting new exploration works. It further proposed increased co-operation between the country’s tin producers in developing and introducing new mining and smelting technologies.

Several private tin miners are currently seen exploring the possibilities of borehole mining. Although the technique may enable extraction of tin from deep sea resources, there lacks adequate technologies to make the process cost-effective for miners. Also, the country still lacks a comprehensive offshore exploration data.


คำชี้แจงแหล่งที่มาของข้อมูล: นอกจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ข้อมูลอื่นๆ ทั้งหมดได้รับการประมวลผลโดย SMM จากข้อมูลสาธารณะ การสื่อสารกับตลาด และการพึ่งพาแบบจำลองฐานข้อมูลภายในของ SMMข้อมูลเหล่านี้มีไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นข้อเสนอแนะในการตัดสินใจ

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: lemonzhao@smm.cn
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงรายงานการวิจัยของเรา โปรดติดต่อ:service.en@smm.cn
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
[SMM สรุปการประชุมเช้านิกเกิล] หุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้น แรงกดดันมหภาคผ่อนคลาย สัญญานิกเกิล SHFE ที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงการซื้อขายแรก
5 ชั่วโมงที่แล้ว
[SMM สรุปการประชุมเช้านิกเกิล] หุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้น แรงกดดันมหภาคผ่อนคลาย สัญญานิกเกิล SHFE ที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงการซื้อขายแรก
อ่านเพิ่มเติม
[SMM สรุปการประชุมเช้านิกเกิล] หุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้น แรงกดดันมหภาคผ่อนคลาย สัญญานิกเกิล SHFE ที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงการซื้อขายแรก
[SMM สรุปการประชุมเช้านิกเกิล] หุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้น แรงกดดันมหภาคผ่อนคลาย สัญญานิกเกิล SHFE ที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงการซื้อขายแรก
[9.21 บันทึกการประชุมช่วงเช้า] หลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นที่รับรู้แล้ว ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทั่วทั้งกระดาน เกิดแรงซื้อกลับจาก sentiment “ข่าวร้ายหมดแล้ว” ข้ามคืน ดาวโจนส์บวก 0.61% S&P 500 บวก 1.14% แนสแด็กบวก 1.69% และดัชนีฟิลาเดลเฟียเซมิคอนดักเตอร์พุ่ง 3.14% (Arm บวก 8% Intel บวก 7% AMD/SanDisk บวก 6%) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับลงจาก 5.02% มาที่ 4.94% และดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยมาที่ 100.22 หลังจากตลาดซึมซับ dot plot ที่มีท่าที hawkish แล้ว ความอยากเสี่ยงฟื้นตัว และตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกตามกัน สัญญานิกเกิล SHFE ที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด (2610) ปรับลงหลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการซื้อขาย ปิดภาคเช้าที่ 123,640 หยวน/ตัน บวก 0.62% หลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นที่รับรู้แล้ว ความอยากเสี่ยงทั่วโลกฟื้นตัว และแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคผ่อนคลายลงเป็นระยะ โมเมนตัมการดีดกลับของนิกเกิล SHFE ยังคงอ่อนแรง และด้วยรูปแบบสินค้าคงคลังสูงและอุปสงค์อ่อนแอของนิกเกิลเองที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง ในระยะสั้น คาดว่าราคาสัญญานิกเกิล SHFE ที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 122,000-126,000 หยวน/ตัน
5 ชั่วโมงที่แล้ว
[SMM Analysis] ข้อมูลโดยละเอียดการผลิตกรดซัลฟิวริกของจีนในเดือนสิงหาคม
5 ชั่วโมงที่แล้ว
[SMM Analysis] ข้อมูลโดยละเอียดการผลิตกรดซัลฟิวริกของจีนในเดือนสิงหาคม
อ่านเพิ่มเติม
[SMM Analysis] ข้อมูลโดยละเอียดการผลิตกรดซัลฟิวริกของจีนในเดือนสิงหาคม
[SMM Analysis] ข้อมูลโดยละเอียดการผลิตกรดซัลฟิวริกของจีนในเดือนสิงหาคม
ข้อมูลจาก NBS ระบุว่า การผลิตกรดซัลฟิวริก (เทียบเท่า 100%) ของจีนในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 7.984 ล้านตัน ลดลง 308,000 ตันจาก 7.676 ล้านตันในเดือนกรกฎาคม ลดลง 15.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน การผลิตกรดซัลฟิวริก (เทียบเท่า 100%) สะสมในปี 2026 อยู่ที่ 68.141 ล้านตัน ลดลงสะสม 4.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
5 ชั่วโมงที่แล้ว
[SMM วิเคราะห์] ข้อมูลนำเข้าและส่งออกกำมะถันและกรดกำมะถันของจีนประจำเดือนสิงหาคม
10 ชั่วโมงที่แล้ว
[SMM วิเคราะห์] ข้อมูลนำเข้าและส่งออกกำมะถันและกรดกำมะถันของจีนประจำเดือนสิงหาคม
อ่านเพิ่มเติม
[SMM วิเคราะห์] ข้อมูลนำเข้าและส่งออกกำมะถันและกรดกำมะถันของจีนประจำเดือนสิงหาคม
[SMM วิเคราะห์] ข้อมูลนำเข้าและส่งออกกำมะถันและกรดกำมะถันของจีนประจำเดือนสิงหาคม
ในเดือนสิงหาคม 2569 ปริมาณการนำเข้ากำมะถันรวมรายเดือนของจีนอยู่ที่ 272,323.414 ตัน (น้ำหนักจริง) ลดลง 29.34% จากเดือนก่อน และลดลง 65.03% จากปีก่อน โดยแหล่งนำเข้าหลัก ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกาหลีใต้ แคนาดา ญี่ปุ่น คาซัคสถาน เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ปริมาณการส่งออกกำมะถันรวมรายเดือนของจีนอยู่ที่ 48 ตัน (น้ำหนักจริง) ลดลง 96.34% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 26.32% จากปีก่อน โดยปลายทางส่งออกหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ปริมาณการนำเข้ากรดกำมะถันรวมรายเดือนของจีนอยู่ที่ 9,938.436 ตัน (น้ำหนักจริง) เพิ่มขึ้น 831.85% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 1,051.37% จากปีก่อน โดยแหล่งนำเข้าหลัก ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ปริมาณการส่งออกกรดกำมะถันรวมรายเดือนของจีนอยู่ที่ 2,474.46 ตัน (น้ำหนักจริง) เพิ่มขึ้น 153.47% จากเดือนก่อน และลดลง 99.43% จากปีก่อน โดยปลายทางส่งออกหลัก ได้แก่ แองโกลา กานา กัมพูชา ฮ่องกง จีน เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และแทนซาเนีย
10 ชั่วโมงที่แล้ว
Association calls for regulatory amendments in Indonesian tin mining sector - Shanghai Metals Market (SMM)