จากข้อมูลตลาดล่าสุด ราคาแฮฟเนียมในตลาดต่างประเทศพุ่งสูงขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2025 หลังจากทรงตัวมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 ถึงตุลาคม 2025 ราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์/กก. เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แตะระดับ 13,114.75 ดอลลาร์/กก. ภายในเดือนเมษายน 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 140% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน

ด้านอุปสงค์ แฮฟเนียมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง โดยเฉพาะในรูปแบบแฮฟเนียมไดออกไซด์ที่ใช้ในเกตโลหะ high-k สำหรับชิปเทคโนโลยีชั้นนำ การเติบโตของ AI การประมวลผลประสิทธิภาพสูง หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง และ DRAM ขั้นสูง ส่งผลให้ความต้องการใช้แฮฟเนียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้ในกระบวนการผลิตเวเฟอร์
ด้านอุปทาน จีนซึ่งเป็นผู้กลั่นรายหลัก ได้บังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแฮฟเนียมตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2025 เพื่อปกป้องทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ส่งผลให้เกิดช่องว่างอุปทานในตลาดต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อคาดการณ์ว่าอุปทานจะตึงตัว ผู้ผลิตชิปและผู้ค้าจึงเร่งสะสมสต็อก บางรายทำการป้องกันความเสี่ยง นำไปสู่ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งผลักดันให้ราคาพุ่งสูงต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2026
โดยสรุป การปรับตัวขึ้นของราคามีสาเหตุจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้นจากกระแส AI และการขาดแคลนอุปทานจากมาตรการควบคุมการส่งออก เนื่องจากแฮฟเนียมเป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองเซอร์โคเนียม จึงไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานทดแทนต้องใช้เวลานานในการตรวจสอบและสร้างระบบ ดังนั้นราคาคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง เว้นแต่โครงสร้างอุปสงค์-อุปทานจะปรับตัวดีขึ้น สำหรับผู้ใช้ปลายน้ำ การสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับซัพพลายเออร์และการบริหารสต็อกอย่างเหมาะสม ถือเป็นแนวทางหลักในการรับมือกับความผันผวนของราคาในปัจจุบัน



