Macro Roundup (Oct 22)

เผยแพร่แล้ว: Oct 22, 2020 08:57
The dollar hit a seven-week low against a basket of currencies on Wednesday after US.President Donald Trump and House Speaker Nancy Pelosi boosted hopes for a large fiscal stimulus package, prompting some traders to ramp up bets on riskier currencies.

SHANGHAI, Oct 22 (SMM) — This is a roundup of global macroeconomic news last night and what is expected today.

 

The dollar hit a seven-week low against a basket of currencies on Wednesday after US.President Donald Trump and House Speaker Nancy Pelosi boosted hopes for a large fiscal stimulus package, prompting some traders to ramp up bets on riskier currencies.

The weakness in the greenback came as the White House and Democrats in the US Congress moved closer to agreement on a new coronavirus-related aid package on Tuesday as Trump said he was willing to accept a large aid bill despite opposition within his own Republican Party.

Pelosi, the nation’s top Democratic leader, later said she was optimistic about chances for a fresh aid deal despite resistance from Senate Republicans, though she acknowledged it might not pass until after the election.

 

On Wall Street, futures contracts tied to the major US stock indexes fell in the overnight session Wednesday evening and suggested further losses ahead for markets when regular trading resumes.

Dow futures dropped 150 points in extended trading while S&P 500 and Nasdaq-100 futures also fell about 0.6%.

Though the overnight session began with modest moves, futures came under pressure after US officials said Iran is taking steps to interfere in the US presidential election, and Russia has obtained American voter information.

Specifically, Director of National Intelligence John Ratcliffe said that Iran has been sending “spoof emails designed to intimidate voters, incite unrest and damage President” Donald Trump.

The announcement from the nation’s top intelligence officials came amid an already-fierce election season and adds to uncertainty as the US tries to navigate the health and economic fallout caused by the coronavirus.

 

Oil prices dropped Wednesday after US inventory figures showed demand weakening for refined products as global COVID-19 cases spiked.

Crude inventories fell by 1 million barrels in the week to Oct. 16 to 488.1 million barrels, while gasoline stocks rose in another weak showing for fuel demand.

Overall product supplied, a proxy for demand, remained down 13% on the year and over the past four weeks when compared with the year-ago period.

Adding to pressure, worldwide COVID-19 cases crossed 40 million on Tuesday, with some parts of Europe imposing renewed lockdown measures.

 

Gold rose 1% to its highest in over a week on Wednesday as investor optimism that a US coronavirus aid package will be announced before the Nov. 3 presidential elections pressured the dollar and bolstered bullion’s appeal as an inflation hedge.

 

The IMF on Wednesday downgraded its forecast for Asia-Pacific to -2.2% in 2020 — “the worst outcome for this region in living memory.”

“Our latest Regional Economic Outlook shows that a recovery started in the third quarter, but growth engines are not all firing with the same power across countries, leading to a multispeed recovery,” Jonathan D. Ostry, acting director of the Asia and Pacific Department at the IMF, wrote in a blog post.

 

Key economic data slated for release today include US weekly jobless claims, September pending home sales and Eurozone's consumer confidence index for October. 

 

 

คำชี้แจงแหล่งที่มาของข้อมูล: นอกจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ข้อมูลอื่นๆ ทั้งหมดได้รับการประมวลผลโดย SMM จากข้อมูลสาธารณะ การสื่อสารกับตลาด และการพึ่งพาแบบจำลองฐานข้อมูลภายในของ SMMข้อมูลเหล่านี้มีไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นข้อเสนอแนะในการตัดสินใจ

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: lemonzhao@smm.cn
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงรายงานการวิจัยของเรา โปรดติดต่อ:service.en@smm.cn
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
UBS คาดการณ์ตลาดพัลเลเดียมจะมีอุปทานส่วนเกิน ปรับลดคาดการณ์ราคาลงมาที่ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
31 Jul 2026 20:57
UBS คาดการณ์ตลาดพัลเลเดียมจะมีอุปทานส่วนเกิน ปรับลดคาดการณ์ราคาลงมาที่ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
อ่านเพิ่มเติม
UBS คาดการณ์ตลาดพัลเลเดียมจะมีอุปทานส่วนเกิน ปรับลดคาดการณ์ราคาลงมาที่ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
UBS คาดการณ์ตลาดพัลเลเดียมจะมีอุปทานส่วนเกิน ปรับลดคาดการณ์ราคาลงมาที่ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
[SMM Express]: ธนาคารยูบีเอสมีมุมมองเชิงลบต่อแพลเลเดียมมากขึ้น โดยปรับลดคาดการณ์ราคาลงมาอยู่ที่ประมาณ US$1,100/oz เนื่องจากคาดว่าตลาดโลกจะเปลี่ยนเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกินในช่วงปี 2026 ธนาคารประมาณการอุปทานส่วนเกินราว 200,000 ออนซ์ โดยอ้างถึงปริมาณโลหะรีไซเคิลที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับอุปสงค์จากภาคยานยนต์และการลงทุนที่อ่อนแอลง แม้ว่าผลผลิตจากเหมืองทั่วโลกคาดว่าจะลดลงเมื่อเทียบกับปี 2025 ยูบีเอสเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของแพลเลเดียมรีไซเคิลจะมากกว่าการชดเชยอุปทานปฐมภูมิที่ลดลง การบริโภคที่ลดลงของอุตสาหกรรมตัวเร่งปฏิกิริยาอัตโนมัติ ซึ่งยังคงเป็นแหล่งอุปสงค์แพลเลเดียมที่ใหญ่ที่สุด ก็คาดว่าจะกดดันปัจจัยพื้นฐานของตลาดเช่นกัน ธนาคารระบุว่า การนำเข้าแพลเลเดียมที่ทำสถิติสูงสุดของจีนในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการจัดตั้งตลาดซื้อขายแห่งใหม่ มากกว่าอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมที่แท้จริงที่แข็งแกร่งขึ้น ดังนั้น การนำเข้าที่พุ่งสูงจึงไม่ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการบริโภคที่ดีขึ้น ในระยะต่อไป ยูบีเอสคาดว่าอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์จากผู้ใช้ปลายทางที่ซบเซาจะยังคงกดดันราคาแพลเลเดียมให้ปรับตัวลง ผู้ร่วมตลาดมีแนวโน้มที่จะติดตามกระแสการรีไซเคิล แนวโน้มการผลิตยานยนต์ และพัฒนาการในภาคยานยนต์ เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางราคาของโลหะชนิดนี้
31 Jul 2026 20:57
แพลทินัมยังคงอยู่เหนือ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากความสนใจซื้อชดเชยแรงกดดันจากการขาย
31 Jul 2026 20:35
แพลทินัมยังคงอยู่เหนือ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากความสนใจซื้อชดเชยแรงกดดันจากการขาย
อ่านเพิ่มเติม
แพลทินัมยังคงอยู่เหนือ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากความสนใจซื้อชดเชยแรงกดดันจากการขาย
แพลทินัมยังคงอยู่เหนือ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากความสนใจซื้อชดเชยแรงกดดันจากการขาย
[SMM Express] ราคาแพลทินัมยังคงยืนเหนือระดับสำคัญที่ US$1,600/ออนซ์ หลังผ่านช่วงการซื้อขายที่ผันผวนในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2026 โดยโลหะดังกล่าวฟื้นตัวจากช่วงเช้าที่อ่อนตัว มาซื้อขายที่ประมาณ US$1,613/ออนซ์ หลังจากพุ่งขึ้นช่วงสั้นไปแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่บริเวณ US$1,640/ออนซ์ แรงซื้อที่แข็งแกร่งปรากฏขึ้นเมื่อราคากลับมายืนเหนือแนวรับ US$1,600 อีกครั้ง แม้ว่าแรงขายที่กลับมาใหม่บริเวณแนวต้าน US$1,620–1,640 จะจำกัดการปรับตัวขึ้นต่อไป ตัวชี้วัดทางเทคนิคบ่งชี้ถึงโมเมนตัมระยะสั้นที่ค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้น ดัชนี Moving Average Convergence Divergence (MACD) ยังคงแข็งแกร่งขึ้น สะท้อนว่าการฟื้นตัวล่าสุดอาจขยายตัวต่อไปในระยะใกล้ อย่างไรก็ตาม ดัชนี Relative Strength Index (RSI) ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับกลางที่ 50 บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังไม่พัฒนาเต็มที่ แม้ความเชื่อมั่นของตลาดจะปรับตัวดีขึ้น ผู้ร่วมตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่าแพลทินัมจะสามารถยืนเหนือ US$1,620/ออนซ์ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งจะเป็นรากฐานให้พยายามขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดล่าสุดอีกครั้ง ในด้านขาลง ระดับ US$1,600/ออนซ์ได้กลายเป็นแนวรับสำคัญ โดยมีแนวรับเพิ่มเติมอยู่ที่ประมาณ US$1,590/ออนซ์ ในระยะใกล้ คาดว่าแพลทินัมจะแกว่งตัวในกรอบการซื้อขายปัจจุบัน ขณะที่นักลงทุนประเมินสัญญาณทางเทคนิค ควบคู่กับภาวะตลาดโลหะมีค่าโดยรวมและปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์
31 Jul 2026 20:35
ARM เดินหน้าโครงการ Bokoni และ Nkomati ท่ามกลางความรู้สึกที่หลากหลายของนักลงทุน
31 Jul 2026 20:20
ARM เดินหน้าโครงการ Bokoni และ Nkomati ท่ามกลางความรู้สึกที่หลากหลายของนักลงทุน
อ่านเพิ่มเติม
ARM เดินหน้าโครงการ Bokoni และ Nkomati ท่ามกลางความรู้สึกที่หลากหลายของนักลงทุน
ARM เดินหน้าโครงการ Bokoni และ Nkomati ท่ามกลางความรู้สึกที่หลากหลายของนักลงทุน
[SMM Express] African Rainbow Minerals (ARM) ได้ยืนยันความมุ่งมั่นในการเติบโตระยะยาวอีกครั้ง หลังจากคณะกรรมการอนุมัติโครงการแพลทินัมโบโคนีมูลค่า 15.2 พันล้านแรนด์ และการรื้อฟื้นเหมืองนิกเกิลนโคมาติด้วยงบประมาณ 753 ล้านแรนด์ ฝ่ายบริหารระบุว่าโบโคนีเป็นแพลตฟอร์มการเติบโตของโลหะกลุ่มแพลทินัม (PGMs) เกรดสูง ต้นทุนต่ำ สามารถผลิต PGMs 6E ได้ 350,000–400,000 ออนซ์ต่อปี โดยมีโครงสร้างพื้นฐานเดิม ทรัพยากรที่วัดได้ 31 ล้านออนซ์ และมูลค่าปัจจุบันสุทธิหลังหักภาษีที่คาดไว้ 5.9 พันล้านแรนด์ พร้อมอัตราผลตอบแทนภายในที่ประมาณการไว้ 28% การรื้อฟื้นนโคมาติคาดว่าจะทำให้กลับมาเป็นผู้ผลิตนิกเกิลขั้นต้นรายเดียวของแอฟริกาใต้ โดยตั้งเป้าระยะเวลาคืนทุน 5.3 ปี และอัตราผลตอบแทนภายใน 28.4% อย่างไรก็ตาม การประกาศลงทุนดังกล่าวได้รับปฏิกิริยาที่หลากหลายจากตลาด หุ้น ARM ลดลง 21% ในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์บางส่วนกังวลเกี่ยวกับจังหวะเวลาและขนาดของการลงทุนในโบโคนี รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกระแสเงินสดระยะสั้น ในขณะที่บางกลุ่มมองว่าโครงการเหล่านี้เป็นการตอบสนองเชิงกลยุทธ์ต่ออุปทาน PGMs ในแอฟริกาใต้ที่ตึงตัวขึ้นและปัจจัยพื้นฐานตลาดแพลทินัมที่ปรับตัวดีขึ้น โดยให้เหตุผลว่างบดุลที่แข็งแกร่งของ ARM และเศรษฐศาสตร์ระยะยาวของโครงการจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตและมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้นตลอดวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ในอนาคต
31 Jul 2026 20:20