เมื่อไม่นานมานี้ กรมศุลกากรจีนได้เผยแพร่ข้อมูลการนำเข้าและส่งออกประจำเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2026 โดยข้อมูลศุลกากรแสดงให้เห็นว่า:
ในเดือนมกราคม 2026 การนำเข้าอลูมิเนียมอัลลอยที่ยังไม่ขึ้นรูปอยู่ที่ 90,300 ตัน ลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 3.1% จากเดือนก่อนหน้า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 การนำเข้าอลูมิเนียมอัลลอยที่ยังไม่ขึ้นรูปอยู่ที่ 65,800 ตัน ลดลง 28.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 27.1% จากเดือนก่อนหน้า ยอดนำเข้าสะสมในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2026 อยู่ที่ 156,100 ตัน ลดลง 18.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในเดือนมกราคม 2026 การส่งออกอลูมิเนียมอัลลอยที่ยังไม่ขึ้นรูปอยู่ที่ 24,200 ตัน เพิ่มขึ้น 33.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 4.9% จากเดือนก่อนหน้า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 การส่งออกอลูมิเนียมอัลลอยที่ยังไม่ขึ้นรูปอยู่ที่ 13,300 ตัน ลดลง 24.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 45.1% จากเดือนก่อนหน้า ยอดส่งออกสะสมในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2026 อยู่ที่ 37,500 ตัน เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
กราฟด้านล่างแสดงการนำเข้าและส่งออกรายเดือนของอลูมิเนียมอัลลอยที่ยังไม่ขึ้นรูปตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2026:

ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2026 แหล่งนำเข้าอลูมิเนียมอัลลอยที่ยังไม่ขึ้นรูปของจีน 5 อันดับแรก มีสัดส่วนรวมประมาณ 75% โดยมาเลเซียอยู่อันดับหนึ่งที่ 42,400 ตัน คิดเป็น 27% รองลงมาคือ รัสเซีย (31,100 ตัน, 20%), ไทย (23,300 ตัน, 15%), เวียดนาม (12,300 ตัน, 8%) และเกาหลีใต้ (8,400 ตัน, 5%)
ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ตลาดส่งออก 3 อันดับแรกของอลูมิเนียมอัลลอยที่ยังไม่ขึ้นรูปของจีน ได้แก่ ญี่ปุ่น (21,200 ตัน), เม็กซิโก (4,300 ตัน) และอินเดีย (2,200 ตัน) คิดเป็นสัดส่วน 57%, 11% และ 6% ตามลำดับ ขณะที่ตลาดอื่น ๆ รวมกันคิดเป็นประมาณ 26% ในด้านรูปแบบการค้า การค้ารูปแบบแปรรูปยังคงครองสัดส่วนหลักมากกว่า 70%
โดยรวมแล้ว การนำเข้าอลูมิเนียมอัลลอยที่ยังไม่ขึ้นรูปของจีนในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2026 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากช่องทางนำเข้าเปิดขึ้นหลังเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ปริมาณนำเข้าทรงตัวอยู่ที่ราว 90,000 ตันในเดือนธันวาคมและมกราคม ก่อนจะปรับลดลงในเดือนกุมภาพันธ์จากผลของวันหยุดและจำนวนวันทำงานที่น้อยลง เมื่อเข้าสู่เดือนมีนาคม สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารร่วมต่ออิหร่าน ทำให้ตลาดกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานอะลูมิเนียม การขนส่งที่ติดขัด ประกอบกับต้นทุนการถลุงที่เพิ่มขึ้น ผลักดันให้ราคาอะลูมิเนียมในตลาด LME พุ่งขึ้นอย่างมากแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ขณะเดียวกัน ประเทศต่าง ๆ รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ประสบปัญหาในการจัดหาแท่งอลูมิเนียมอัลลอยจากตะวันออกกลาง และหันไปซื้อสินค้าในตลาดสปอตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้ราคา ADC12 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรับขึ้นจาก 2,950 ดอลลาร์/ตัน เมื่อต้นเดือน ไปแตะจุดสูงสุดราว 3,400 ดอลลาร์/ตันในทางตรงกันข้าม การปรับขึ้นของราคาในจีนค่อนข้างจำกัด และส่วนต่างนำเข้าก็พลิกเป็นขาดทุนอย่างรวดเร็ว ในระยะสั้น คาดว่าการนำเข้าอะลูมิเนียมอัลลอยด์ยังไม่ขึ้นรูปของจีนจะยังคงหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากพรีเมียมที่อยู่ในระดับสูงนอกจีน



